[SF:Spideypool] Why I got you on my mind?

posted on 08 Apr 2016 00:43 by fennex

 

 

Why I got you on my mind?

 

 

  • Author: .it’s me. I do not have pseudonym yet.
  • Pairing: Deadpool x Spidey
  • Summary: After that night, everything had changed. Plus, Deadpool disappeared. Everything’s getting worst.
  • Note: Song fic

 

 

= = = = = = =  = = = =

 

 

It’s a little blurry how the whole thing started
I don’t even really know what you intended
Thought that you were cute and you could make me jealous

Poured it down, so I poured it down

 

            ในวันที่เขาพวกเขาปราบพวกวายร้ายป่วนเมืองสำเร็จ มันเป็นเวลาตีหนึ่ง ตีสองเมืองทั้งเมืองหลับไหล แสงไฟระยิบระยับหยอกล้อความมืดมิดที่สะพัดปกคลุมโลก ปีเตอร์นอนไม่หลับแล้วก็ขี้เกียจเกินกว่าจะกลับห้อง เขาปวดเมื่อยไปทั้งตัว ดังนั้น ชายชุดแดงร่างยักษ์ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นเพื่อนสนิทชักชวนเขาไปเมืองใกล้ๆ

            “ปาร์ตี้?” ร่างเพรียวถาม พรุ่งนี้เป็นวันหยุดเสียด้วยเขาจะตื่นกี่โมงก็ได้

            “ปิ๊งป่อง ใช่แล้วล่ะเบบี้บอย แถมยังเป็นปาร์ตี้คอสเพลย์ซะด้วยสิ” เดดพูลตอบ แถมยังบิดตัวไปมาอย่างสะดีดสะดิ้ง ปีเตอร์หัวเราะเบาๆ ขจัดความรู้สึกลึกๆในใจที่ตะโกนบอกว่า เขาชอบ เวด วิลสัน .. บางทีเขาน่าจะร้างรากับความรักมากเกินไปเสียแล้ว เขาไม่เคยชอบผู้ชาย และเดดพูลไม่ใช่คนประเภทที่เขาชอบเลยสักนิด

            “เอาสิ” เขารู้สึกได้ ภายใต้หน้ากากนั่นต้องเป็นสีหน้าประหลาดใจ..อย่างมากแน่ๆ เพราะส่วนใหญ่เขามักจะต่อล้อต่อเถียงกับคนตรงหน้าแถมอย่างถอนหายใจใส่อย่างเอือมระอา แต่สำหรับวันนี้จะยอมอ่อนข้อให้สักวันนึงก็ได้...อาจจะเป็นเพราะ...ความเหนื่อยล้า ขี้เกียจเถียง หรือความรู้สึกในใจ..ที่ส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาว่าคนตรงหน้า..น่ารักเป็นบ้า

            เขาคงเป็นบ้าไปแล้วจริงๆนั่นแหละ

            พวกเขาใช้เวลาไม่นานไปที่เมืองเล็กๆที่เดดพูลแนะนำ มีคนใส่ชุดแฟนซี คอสเพลย์มากมาย เขาเห็นผู้หญิงร่างอวบอิ่มคนหนึ่งใส่ชุดนางพยาบาลเซ็กซี่ ทรวงอกกระเพื่อมไปตามเสียงหัวเราะยั่วยวนเมื่อชายขี้เมาคนหนึ่งลูบไล้เธอ

            “!”

            มือแกร่งภายใต้ถุงมือหนาช้อนใบหน้าของปีเตอร์ให้เชิดขึ้นแล้วหันกลับมาที่เจ้าของ “เบบี้บอยหื่นกาม อย่ามองคนอื่นสิ หึงนะเนี่ย”

            “มาปาร์ตี้ทั้งที่จะให้ยืนอยู่เฉยๆรึไงเล่า” สไปดี้ตอบกลับเผลอเบ้ปากภายใต้หน้ากาก ดูเหมือนร่างสูงตรงหน้าจะรู้ทันเขาหัวเราะต่ำๆในลำคอ ทั้งที่เขาไม่ได้กินเราแต่รู้สึกว่าวันนี้คนตรงหน้ากลับดูมีเสน่ห์ เหมือนเขากำลังจะตกหลุมกับดักงี่เง่า ตกหลุมรัก? เขาทวนคำนั้นในใจ รู้สึกถึงใบหน้าร้อนผ่าว ก่อนจะผลักร่างสูงไปให้ห่างแล้วสั่งเตกีล่ากับบาร์เทนเดอร์สามช็อต

            “สไปดี้กินเยอะเหมือนกันนะเนี่ย จะเอาไปเลี้ยงเพื่อนเหรอ?” เดดพูลพูดเสียงกลั้วหัวเราะชี้ไปทางชายหนุ่มร่างผอมแห้งกับตุ้ยนุ้ยสองคนที่มาในชุดสไปเดอร์แมน

            “ฮู่ว นายอิจฉาเหรอ? ไม่เห็นมีแฝดเดดพูลสักคน” ร่างเพรียวเลิกหน้ากากขึ้นพอให้เห็นริมฝีปากสีเชอร์รี่ก่อนจะกระดกเตกีลารวดเดียวหมดสามชอตติดต่อกัน

            “มีคนเดียวก็พอแล้วล่ะ เดี๋ยวคืนนี้ เบบี้บอยเหนื่อยแย่” ประโยคหลังเวดกระซิบข้างหูเขา มือไกล่ปอยผมสีบรูเน็ตที่ระต้นคอขาวนวล ปีเตอร์รู้สึกถึงความร้อนที่ประทับอยู่บนผิวแก้ม เขาเผลอกัดริมฝีปากล่างตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

            “อยากลองของเด็ดๆรึเปล่า แมงมุมตัวน้อย” เขาอยากรู้จริงๆ  ถ้าเดดพูลรู้ว่าเขาตัวตนที่แท้จริง.. เวด วิลสันแล้ว หมอนี่ยังจะกล้าแหย่เขาเล่นไหม?

            “จัดมาสิ” ร่างเพรียวพูดยกยิ้ม B-52  สิบช็อตถูกจัดมาอยู่ตรงหน้า

            “แบ่งกันคนละห้านะหนุ่มน้อย” หน้ากากสีแดงถูกเลิกขึ้นเผยให้เห็นส่วนน้อยของใบหน้าซึ่งมีรอยแผลประปราย “สั่งมาอีกได้เลย พรุ่งนี้วันหยุดฉัน” มือเรียวลูบคางร่างสูง เวดชะงักกับสัมผัสของคนตรงหน้า ก่อนยิ้มเยาะเล็กน้อย “เด็กไม่ดี”

 

 

Next thing that I know I’m in a hotel with you
You were talking deep like it was mad love to you
You wanted my heart but I just liked your tattoos
Poured it down, so I poured it down

 

 

            “อื้อ..” ปีเตอร์รู้สึกว่าตัวเองปล่อยตัว..ปล่อยใจเกินไป เขารู้สึกมึน..เมา..ล่องลอยมากๆ เขาออกไปเต้นอย่างบ้าคลั่งทิ้งให้เวดนั่งเฝ้าก่อนที่จะกลับมาดวลเหล้ากัน ทำอย่างนี้วนไปวนมา จนร่างสูงต้องประคองพาเขาออกจากที่นั่น มาโรงแรมเล็กๆนี่ เวดบดจูบหนักหน่วง เขาครางเสียงแผ่วเบา จูบตอบตามอารมณ์แรงปรารถนา

            มือเรียวกอดเกี่ยวคอคนตรงหน้า ร่างสูงเสียบกุญแจไขก่อนเปิดประตูห้อง ปีเตอร์เพิ่งรู้ตัวว่าพวกเขายังไม่ถึงห้องด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เขาก็ไม่สนใจอะไรแล้ว เวดอุ้มเขาตัวลอยปิดประตูแล้วลงกลอนแน่นหนา ก่อนทิ้งเขาลงบนเตียง จากนั้นก็เบียดตัวแนบชิดเขากดจูบหนักหน่วงที่ต้นคอ มือบางของปีเตอร์เลื่อนจะถอดหน้ากากสีแดงเข้มนั่นออก แต่มือแกร่งกลับจับไว้ก่อน

            “อย่าซนสิเบบี้บอย” เวดกดจูบหนักหน่วง เขาหายใจอย่างยากลำบาก รู้สึกถึงความร้อนรุ่ม “ดีลระหว่างเรานะ เด็กดื้อ เซ็กส์ตอนนี้จะไม่มีการถอดหน้ากากนะจ๊ะ” เวดกระซิบข้างหู ก่อนกระชากกางเกงรัดรูปของเขาออก ปีเตอร์รู้สึกอายจนแทบกลิ้งตกเตียงแล้ววอนซาตานให้ดูดเขาลงนรกไปเลย

            เดดพูลปลดอาวุธของตัวเองก่อนถอดเสื้อผ้าที่เหลือ แล้วจัดการอาภรณ์อย่างเดียวที่อยู่บนร่างสไปดี้ของเขา

            “มันจะต้องเป็นคืนที่ยาวนานมากแน่ๆเลย” ปีเตอร์หลุดปากพูดออกมาอย่างไม่มีสติ มือเรียวปัดป่ายไปตามแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผล ร่างเพรียวบิดพล่านเมื่อสัมผัสร้อนรุ่มไล่เลียผิวกาย

            “มันแน่อยู่แล้ว สไปดี้”

 

And now I don’t understand it
You don’t mess with love, you mess with the truth
And I know I shouldn’t say it
But my heart don’t understand

 

 

            ปีเตอร์ตื่นมาพร้อมกับความปวดร้าวที่ช่วงล่างเขาขยับตัวอย่างยากลำบาก โยนผ้านวมสีขาวออกไปให้พ้นทาง รอยเลือดและคราบอย่างอื่นเกรอะกรัง คนที่ร่วมกันทำกิจกรรมนั้นได้หายตัวไปเสียแล้ว

            โต๊ะเครื่องแป้งมีเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์อยู่ ปีเตอร์ลุกไปอาบน้ำก่อนใส่ชุดที่ใครสักคนเตรียมไว้ให้ แล้วยัดชุดสไปเดอร์แมนใส่กระเป๋าเป้สีดำ ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้หมด เขาเดาว่าคนที่เตรียมพร้อมไว้ให้นี้คือเวด ใช่รึเปล่า แต่คำถามที่สำคัญที่สุดก็คือ

เวด หายไปไหน?

        จากนั้นภาพความทรงจำเมื่อคืนก็แวบเข้ามา ในขณะที่บทรักเร่าร้อนดำเนินไปอย่างลื่นไหล ร่างกายของพวกเขาเข้ากันได้ดี ผสานกันเป็นหนึ่งเดียวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวดกลับถามขึ้นอย่างเรียบง่าย

            “เบบี้บอย รักเดดพูลบ้างรึเปล่า?”

          “...” ปีเตอร์สัมผัสได้ถึงใบหน้าที่ร้อนผ่าว รู้สึกถึงความสับสนที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งหัวใจ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่ามันใช่หรือเปล่า หลังจากเกว็นจากไป เอ็มเจกับเขาแยกทางกัน แล้วยัง เฟลิเชียชอบเขาเพราะเขาคือสไปเดอร์แมนไม่ใช่ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ เขาไม่มั่นใจว่าตัวเองรู้จักความรักดีพอและสามารถควบคุมมันได้หรือไม่ “มันก็แค่เซ็กส์...เดด” ปากเลยเลือกตอบอีกอย่าง

          คนเบื้องบนครางต่ำในลำคอ เสียงคลับคล้ายสัตว์ร้ายบาดเจ็บก่อนเร่งจังหวะเร็วและรุนแรงมากขึ้น เขาส่งเสียงร้องน่าอายมือปัดป่ายไปทั่วแผ่นหลังของอีกฝ่าย

          ทำไมเดดพูลถึงต้องทำเหมือนเจ็บปวดล่ะ?

          ทำไมนายถึงกัดปากตัวเองแรงขนาดนั้น

          ทำไมนะ? ถึงรู้สึกเจ็บลึกๆ..

          แล้วปีเตอร์ก็สลบไป

 

Why I got you on my mind
Why I got you on my mind
But my heart don’t understand
Why I got you on my mind
You think you know somebody
Why I got you on my mind

 

            สามเดือนแล้วที่เดดพูลหายไป ไม่ได้ยินข่าวคราว เขานั่งกินทาโก้คนเดียว มองดูกล่องข้อความที่ว่างเปล่า โทรศัพท์ที่ดูไร้ความหมาย

            ทั้งที่เป็นเวลาเก้าสิบวันได้แล้ว มันควรจะจบลง ความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ ทำไมเขากลับคิดถึง คิดถึงรอยแผลเป็นที่เจ้าตัวดูเกลียดนักเกลียดหนา คิดถึงเสียงต่ำๆทุ้มๆที่ชอบกระเซ้าเย้าแหย่ คิดถึงอ้อมกอดแข็งแรงที่ชอบโอบรัดเขาจนเจ็บ คิดถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นที่รักของผู้คนของอีกฝ่าย

            เขาคิดถึงทุกๆอย่างของเดดพูล...คิดถึงถูกสสารที่ก่อกำเนิดบุคคลที่ชื่อเวด วิลสัน

            มันทรมานจนหัวใจหลั่งเลือดอยู่ภายใน เขาไม่ใช่เด็กๆแล้ว เขารู้ว่าการควบคุมอารมณ์ควรทำอย่างไร แต่บางครั้งที่เขาทำไม่ได้ก็ลงกับข้าวของที่ห้องของตัวเอง

 

You got yourself in a dangerous zone
Cause we both have the fear, fear of being alone

 

            เมื่อส่งงานเสร็จ สไปเดอร์แมนก็ออกท่องราตรีปราบปรามเหล่าร้ายตามปกติวิสัย วันนี้ไม่ค่อยมีอะไรทำให้งานกะดึกของเขาจบลงในตอนที่ยงคืนพอดี

            เขาไม่เคยรู้สึกเดียวดายขนาดนี้มาก่อน สไปเดอร์แมนยืนพิงเสาไฟที่โคมฉายแสงสีเหลืองนวล แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้ทำให้ตรอกซอกซอยแถวนี้สว่างขึ้นเท่าไหร่เลย เขาปล่อยตัวเองไปกับภวังค์ความเดียวดาย ก่อนที่เซนส์แมงมุมจะทำงาน ปีเตอร์หันควับไปพบกับชายร่างผอมกะหร่องท่าทางเหมือนเมายากำมีดในมือแน่นเตรียมจะจ้วงแทง

            ยังไม่ทันที่เขาจะตวัดขาเตะมีดนั่น ท่อนขาของใครบางคนก็ตวัดฟาดเปรี้ยงเข้ากลางหลังของคนเมายา ปีเตอร์ชะงักไป ไม่ใช่เพราะตกใจจากการกระทำของคนบางคนที่ช่วยเขา แต่เพราะคนที่ทำเรื่องนั้นคือคนที่เขารอคอยเฝ้าเพรียกหาร่ำร้องอยู่ลึกๆ

            เวด วิลสัน

          อันตราย..

            หัวใจเขาเต้นระรัวเหมือนจะหลุดออกมาจากอกเสียให้ได้

            ความหวาดกลัวที่ต้องตื่นขึ้นมาอยู่ตัวคนเดียว ความเดียวดายในยามค่ำคืนมันจะถูกขจัดออกไปแล้วใช่หรือเปล่า?

 

And I still don’t understand it
You don’t mess with love, you mess with the truth
And my heart don’t understand it
Understand it, understand it

 

            “เ...เดดพูล” เขาเกือบหลุดชื่อจริงๆของคนตรงหน้าออกไป แต่ยั้งมันไว้ เพราะรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

            “ไฮ สไปดี้ เป็นเด็กดีช่วงที่แด๊ดดี้ไม่อยู่รึเปล่า” ร่างสูงหัวเราะเฝื่อนๆ ยกไม้ยกมือขึ้นราวกับไม่มีอะไร ปีเตอร์เดินถอยหลังไปหลายก้าวจนห่างกับเดดพูลระยะหนึ่ง คนเบื้องหน้าเอียงคออย่างงุนงง “งอนที่หายไปเหรอ?”

            แทนคำตอบ ร่างเพรียวยิงใยไปตึกทางด้านซ้ายมือซึ่งอยู่ไกลออกไปเหวี่ยงร่างตัวเองแล้วกระชากแขนคนตรงหน้าจนลอยหวือตามเขา “เหวออออ สไปดี้??”

 

Why I got you on my mind
You think you know somebody
Why I got you on my mind
You think you know somebody
Why I got you on my mind
You think you know somebody

 

          ปีเตอร์ทิ้งเดดพูลลงบนดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่ง พื้นค่อนข้างสกปรกแต่เขาไม่ได้สนใจ มองเวดที่เกลือกกลิ้งกับพื้นด้วยสายตาเย็นชา

            “สไปดี้ เจ็บน...” ปีเตอร์เลิกหน้ากาก ปากบางประกบจูบปากของคนตรงหน้า สัมผัสร้อนรุ่มผ่านทะลุหน้ากากสีแดงของอีกฝ่าย เขาผละสัมผัสอุ่นชื้น ทอดมองคนที่นอนอึ้งอยู่ที่พื้น

            “สไปดี้..?”

            “อย่าหายไปอีก”

            “...อ่า คนเราก็ต้องมีงานทำบ้างนี่น้า”

            “งั้นก็บอกก่อน” เขาพูดเสียงเรียบจนแทบไม่เชื่อนี่คือน้ำเสียงของตัวเอง

            “ทำโทรศัพท์ตกน้ำล่ะ ไว้ซื้อใหม่จะให้เบอร์นะจ๊ะ” เขากลอกตา และรับรู้ว่าเวด วิลสันรู้ว่าเขาเอือมระอามากเเค่ไหน

            “ฉันรักนาย”

            “นี่ อย่าโกรธ..ห๊ะ?” เขาพอเดาได้ว่าคนตรงหน้าตกใจมากแค่ไหน สีหน้าเหวอๆที่สามารถอ่านได้อย่างง่ายดายของอีกฝ่าย

ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลอะไรอีกแล้ว ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมาอยู่ในใจเขาได้ รับรู้แค่ว่า เขารักคนๆนี้ก็น่าจะเพียงพอ

            “อะไรนะ เบบี้บอย” ร่างสูงลุกขึ้นยืนมองคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆ เดาว่าในหัวนั่นความคิดคงตีกันกระเจิดกระเจิง ปีเตอร์อดยิ้มไม่ได้ เขาถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียวที่ประกอบไปด้วยดวงตากลมโตสีน้ำตาล ผมยุ่งๆสีเดียวกัน

            “ฉัน...ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์รักนาย เวด วิลสัน”.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END

 

____________________________________________

!!!

Thx for reading. <3

Comment

Comment:

Tweet

โฮรววววว น่ารักมากเลยค่ะ! ช่วงนี้คนหายไปสิง wordpress ไม่คิดว่าที่นี่จะยังมีอะไรให้เสพอยู่ ;A;

 

ฟินมาก เป็นครั้งแรกที่เห็นสไปดี้ไม่ซึน และเดดพูลกวนน้อยกว่าปกติ น่ารักมากเลย อยากจะสครีมดังๆ ชอบฟิคอารมณ์นี้มากๆเลยค่ะ แลดูมีครบทุกอย่าง ฟรุ้งฟริ้ง เศร้านิดหน่อย เรทนิดนึง(?) เป็นกำลังใจให้นะค๊าา

#1 By SDFangirl (171.97.215.94) on 2016-05-11 01:45