[Ficlet:Spideypool] Bond between us

posted on 11 Apr 2016 02:42 by fennex

 

Bond between us

 

 

  • Author: 23.5
  • Pairing: Deadpool x Spider-man (x Peter parker ?)
  • Summary: One day, Deadpool realized something different.

 

 o o o o o

 

 

            เขาและสไปเดอร์แมนนั่งกินทาโก้เงียบๆบนดาดฟ้าของตึกสูงเสียดฟ้า เวลายามเย็นพระอาทิตย์จวนจะลับฟ้า ลมบางเบาพัดผ่านร่างของพวกเขา ปีเตอร์ถอนหายใจ บิดตัวอย่างเมื่อยล้า

 

            “มือนายเริ่มงอกใหม่แล้วนี่” ปีเตอร์ชี้มาที่มือขวาของเขา เดดพูลที่มีของกินเต็มปาก พยักหน้าหงึกๆ หันกลับไปมองแสงสีส้มที่ย้อนไปทั่วเมือง ณ ตอนนี้ แล้วคิดเรื่อยเปื่อย ตีกับเสียงในหัว

 

            แกชอบสไปดี้แล้ว ตั้งแต่ที่แกมองก้นหมอนี่แล้ว บอกแล้วทำไมไม่เชื่อล่ะ ไอ้งั่ง

          โอ้ บางทีคนเราก็ต้องมีช่วงเวลาโง่กันบ้างแหละ

 

 

          แล้วเสียงในหัวเขาก็หัวเราะน่ารำคาญพร้อมๆกัน “หุบปากซักที พวกงั่ง” เขาบ่นงึมงำ สไปดี้หันมามองงงๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร

 

                เวดหันกลับไปมองสไปดี้ตอนที่เขาเผลอ มองริมฝีปากนุ่มนิ่มที่เม้มแน่น ร่างกายที่สงบกว่าทุกวันเหมือนคิดอะไรอยู่ เวดเผลอเลื่อนหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ ปีเตอร์ของเขาหันกลับมาอย่างรวดเร็ว พวกเขารู้ถึงสายตาภายใต้หน้ากากสีแดงที่จ้องมองกันอยู่ ปีเตอร์ขยับตัวมาใกล้เป็นฝ่ายสัมผัสก่อน เสียงในหัวเวดกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

 

ปีเตอร์ของเขา... มันเริ่มขึ้นตอนไหนนะ?

 

....

 

เขาจำได้ตอนที่ตัวเองรับงานครั้งละมากๆเพื่อหาเงินซื้ออาวุธเพิ่ม ยิ่งรับงานมากเท่าไหร่จำนวนคนตายก็ยิ่งมากเท่านั้น เขารับงานขโมยไฟล์ลับจากหน่วย SHIELD และนั่นทำให้เขารู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของสไปเดอร์แมน แต่มันก็เท่านั้น ตอนนั้นยังไม่ได้อะไรสักหน่อย ถึงแม้ว่ากล่องเหลืองกับกล่องขาวในหัวจะคอยบ่นพร่ำเพรื่อประมาณว่า เด็กนี่ดูฮอต ดูตาสีน้ำตาลนั่นสิ ดูเนิร์ดแต่ฮอตเป็นบ้า ก็ตาม

 

และวันหนึ่ง สไปเดอร์แมน หรือ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ก็บุกเข้ามาในห้องของเขา เตือนว่าเขากำลังฆ่าคนมากเกินไป โดยทางอเวนเจอร์ส่งตัวเขามาเตือน แน่นอนว่า เขาสนใจมาก โดยการหยิบยาฆ่าแมลงมาฉีดปีเตอร์รู้ตัวเองอีกที ก็โดนเตะคว่ำไปแล้ว เจ้าตัวถอนหายใจอย่างโกรธๆก่อนจะออกไปจากห้อง

 

นั่นเป็นการพบกันที่ไม่ดีสักเท่าไหร่เลย ว่าไหม? (ในส่วนของเสียงในหัวเขา กำลังพูดถึงก้นอีกฝ่ายอยู่ ให้ตายเถอะ เขาไม่มองด้วยซ้ำเถอะ พูด...แต่ไม่สาบานได้มะ)

 

จากนั้นผ่านไปเดือนหนึ่ง ทางSHIELDกลับเป็นฝ่ายว่าจ้างเขาเสียเอง โดยมีคู่หูเป็น สไปเดอร์แมน เขาคิดว่าเขาก็ปากดีพอสมควรเลยนะ แต่ว่านานๆทีจะมีคนเถียงด้วยสนุกขนาดนี้ หลังจบงานสภาพเขาเละยับเยิน แต่สำหรับสไปดี้ ไม่เลย ไอ้เด็กแสบนั่นคอยเอาเขาเป็นโล่กำบังตลอดรู้จักใช้ประโยชน์จากฮีลลิ่งแฟ็คเตอร์ของเขาได้ดี แต่ยังดีหน่อยที่ตอนจบงานหมอนี่เลี้ยงทาโก้เขา

 

มันอาจจะเริ่มจากตรงนี้

 

เขาเริ่มงานบ่อยขึ้น ถึงจะโดนเบี้ยวค่าจ้าง แต่เขาก็เป็นพวกชอบทวงซะด้วยสิ บางครั้งไม่มีงานอะไรเขาก็ชอบไปแจมกับพวกอเวนเจอร์...เฉพาะที่มีปีเตอร์ (และส่วนมาก..ก็เกือบทุกครั้ง)

 

บางครั้งที่เมืองเงียบๆ พวกเขาก็จะนั่งบนหลังคาบ้านใครสักคน ชั้นบนสุดของแฟลต หรือดาดฟ้าของตึกอเวนเจอร์ กินโน่นกินนี่ด่ากันไปเรื่อย

 

เสียงในหัวเขาเริ่มพูดถึงอะไรที่เป็นไปไม่ได้อย่างเช่น จับก้นสักทีคงไม่เป็นไร? แอบไปที่ห้องไหม คืนนี้?  ลักหลับเหรอ? เยี่ยมไปเลย! อะไรพวกนี้ แต่เขาก็สลัดมันทิ้งไปจนได้ เขากับสไปดี้เนี่ยนะ? ถ้าหมอนี่เห็นหน้าเขามีหวังเตลิดไปแหงๆ

 

ในวันธรรมดาวันนึงที่ปราศจากภารกิจและการฆ่าคน เขาใส่ชุดเสื้อแขนยาวมีฮู้ดกางเกงยีนส์ แล้วก็รองเท้าที่ปกปิดขอเท้าของเขา เขาสวมแว่นกันแดดสีดำทับอีกที เดินไปที่ที่ปีเตอร์ทำงาน มองดูเด็กหนุ่มเดินออกมาจากออฟฟิศ

 

เวดมองเด็กหนุ่มอย่างไม่วางตา เจ้าของร่างสูงเพรียวผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้านั้นประกอบไปด้วยดวงตาสีน้ำตาล ผมยุ่งเหยิงสีเดียวกัน จมูกโด่งสวย ริมฝีปากบางสีเชอร์รี่ที่น่าลิ้มลอง สภาพดูง่วงงุนและหงุดหงิด ยิ่งใส่แว่นด้วยแล้ว เขารู้สึกว่า..ปีเตอร์น่ารักโคตรๆ

 

“ว้าย!” ผู้หญิงคนนึงเดินไม่ดูทางมาชนเข้าที่ยืนอยู่เฉยๆ แว่นดำตกลงบนพื้น เธอจะขอโทษเขาแต่พอเห็นหน้าก็ปิดปากอย่างตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง เผลอกรีดร้องเสียงดัง ผู้คนเริ่มหันมามองเขา ซุบซิบอะไรบางอย่าง นัยน์ตาฉายแววรังเกียจ

 

เวดไม่รู้จะทำยังไง ไม่สามารถขยับตัวได้ เหมือนถูกสะกดจิตให้อยู่ตรงนั้น แม้ว่าเสียงในหัวจะสั่งให้เขาเดินหนี หยิบมีดสั้นที่ซ่อนในเสื้อแล้วไล่แทงคนแถมนี้ให้หมด สิ่งที่เขาทำ ณ ความจริงตอนนี้คือยืนเฉยๆ

 

“...เวด?” เสียงพูดแผ่วเบาดังขึ้น เขาหันไปมองเจ้าของเสียงนั้น ปีเตอร์ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังเขา เจ้าตัวยืนนิ่งมองรอยแผลเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะลากเขาออกจากที่ตรงนั้น เสียงในหัวเขาเริ่มสงบลง ใจของเขาจดจ่อกับมือนุ่มของอีกฝ่าย ทั้งที่ผ่านการต่อสู้มาขนาดนั้น แต่กลับไม่หยาบกร้านเหมือนเขา

“เอ่อ..” พอออกมาไกลพอสมควร สไปดี้ในคราบหนุ่มเนิร์ดกลับทำตัวไม่ถูก แก้มมีริ้วแดงอ่อนๆปรากฏ “คุณ..ไม่เป็นอะไรใช่รึเปล่า?” เขาเดาว่าสไปดี้คงไม่รู้ตัวว่าหลุดพูดชื่อเขาออกมา ถึงจะแปลกใจที่อีกฝ่ายรู้จักตนได้ยังไง ( มันน่าแปลกใจตรงไหน ) แต่เขาก็ไม่อยากทำลายช่วงเวลานี้

 

“ไม่เป็นไร..ขอบคุณมากนะ..” แล้วบรรยากาศก็เงียบ..สงบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา “คุณ..จะรังเกียจไหมถ้าผมจะเลี้ยงข้าว..เป็นการขอบคุณจากเมื่อกี้นะ” เขาได้ยินเสียงในหัวเริ่มกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสุภาพขนาดนี้ ขนาดปีเตอร์ยังเบิกตากว้าง จนเขากลัวว่าลูกตากลมๆนั่นจะหลุดออกจากเบ้า

 

“ได้สิ” แล้วพวกเขาก็ไปนั่งกินข้าวกันร้านอาหารแถวนั้น สไปดี้เวอร์ชั่นนี้ค่อนข้างเงียบๆ ดูขี้อาย แต่ถึงอย่างงั้นก็ใช่ว่าจะเนิร์ด เจ้าตัวยังมีจิกกัด หรือตบมุกกลับบ้าง เวลาเขาเล่นตลกหยาบๆ หรือพูดจากวนประสาท แต่เจ้าตัวดูไม่มายด์เท่าไหร่

 

หลังจากนั้นกิจวัตรประจำวันเขาก็คือ เป็นเวด วิลสัน ผู้ชายมีแผลน่าเกลียดทั่วตัว มีที่มาที่ไปอย่างปริศนาคอยกินข้าวเที่ยงกับปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เกือบทุกวันที่ไม่มีภารกิจ กับเดดพูลคู่หูของสไปเดอร์แมน ปีเตอร์ก็ยังคงเป็นแมงมุมที่ไม่ฉลาดในเรื่องที่ควรฉลาด แมงมุมตัวนี้ไม่รู้ว่า เขารู้ตัวตนที่แท้จริงของสไปเดอร์แมน และรู้ว่าสไปเดอร์แมนรู้ว่าเขาเป็นใคร ตั้งนานแล้ว..

 

ในวันหยุดบางวันเขาก็ไปเที่ยวกับปีเตอร์ ไปหาป้าเมย์ โดนแหย่ว่าเป็นแฟนกันบ้างอะไรบ้าง

 

ในขณะที่ทำภารกิจ เขาแอบมองสไปดี้ถี่ขึ้น นานขึ้น บางครั้งก็ไม่คิดจะหลบตาและเขารู้ว่า..สไปดี้ เบบี้บอยของเขาก็แอบมองเขาอยู่เช่นกัน

 

.....

 

แต่วันนี้คงเป็นวันที่คืบหน้าที่สุด

 

 

พวกเขาผละออกจากกัน สไปเดอร์แมนหายใจหอบเล็กๆน้อย

 

“เดดพูล..”

 

“เวด วิลสัน..” เขาพูดเสียงเรียบ เอื้อมมือไปกุมมืออีกฝ่าย

 

โอวว พ่อหนุ่มโรแมนติก

 

เราจะได้กินลูกแมงมุมน้อยแล้วสินะ ใกล้แล้วใช่ไหม เฮ้ สงสัยคืนนี้ต้องฉลองแล้ว

 

จัดไป!

 

เวดครางต่ำในลำคอ พยายามไม่สนใจเสียงงี่เง่าในหัว พยายามจดจ่อกับคนตรงหน้า เขาไม่อยากทำลายช่วงเวลาดีๆนี้

 

สไปเดอร์แมน ดูเหมือนจะได้สติขึ้นมา เขายกยิ้มมุมปาก ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย เวดแผลยิ้มตามมองใบหน้าที่คุ้นเคย

 

“ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ยินดีที่ได้รู้จัก...อีกครั้ง”

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

----------------------------

 

 

นี่คงไม่ใช่ Double Drabber เเล้ว 1506 คำเเน่ะ 555555

เป็นฟิคที่สั๊นสั้น

งดนิวม์มัสก่อนละกันเนอะ ไม่อยากเเต่งอะไรดราม่าช่วงนี้ (ฮือ..) 

 

 

 

ทุกอย่างของฟิคนี้มันเริ่มจากโควตนี้ (เจอในทวิต ลงเครดิตได้้) กับเพลงเทย์เลอร์สวิฟต์ค่ะ.....

 

 

 

edit @ 13 Apr 2016 19:25:25 by Zazis__

Comment

Comment:

Tweet